ศาลาหลบเสือ จังหวัดสงขลา 

   สำหรับสาระรูปเสือนั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเป็นโบราณสถานที่มีประวัติศาสตร์เป็นมายาวนานตั้งแต่ในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือก็คือสมัยของรัชกาลที่ 3 เลยทีเดียวซึ่งศาลาแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมา ในช่วงของพุทธศตวรรษที่ 24 เลยก็ว่าได้ ศาลาหลบเสือ จังหวัดสงขลา 

    สถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อว่าศาลาหลบเสือนี้ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เรายังสามารถมองเห็นรูปแบบการก่อสร้างในสมัยดังเดิมเพราะว่าถึงแม้ว่าระยะเวลาก็ผ่านมานานหลายสิบปีแล้วแต่ก็ยังคงมีร่องรอยให้เราเห็นซึ่งเป็นโบราณสถานที่น่าสนใจที่น่าแวะมาเยี่ยมชมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางเดิมโบราณระหว่างบ้านหัวเขากับสทิงหม้อ  

    สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นในสมัยก่อนที่นี่ถือว่าเป็นเมืองที่มีสัตว์ที่ดุร้ายอย่างเสือ ชุกชุมเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งบริเวณจุดนี้นั้นเรียกว่าเมืองสงขลาแหลมสนซึ่งนักท่องเที่ยวหรือชาวบ้านที่เดินทางผ่านไปผ่านมาที่เดินทางมายังจุดนี้ก็มักจะต้องเจอกับอันตรายของเสือร้ายทำให้จำเป็นที่จะต้องมีการสร้างศาลาขึ้นมาเพื่อเป็นที่เอาไว้ให้คนที่เดินทางผ่านไปผ่านมานั้นใช้สำหรับในการหลบเสือและใช้สำหรับในการพักแรม

    สำหรับลักษณะของศาลาหลบเสือนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับอาคารปลูกก่อสร้างขึ้นมาโดยมีอาคารนี้ไม่ได้มีแอร์ขนาดใหญ่มากนักแต่ว่าสามารถที่จะเข้าไปพักผ่อนและหลบฝน และสัตว์ร้ายได้ลักษณะของการก่อสร้างนั้นถูกออกแบบมาด้วยสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นของภาคใต้ซึ่งเป็นลักษณะของการก่อสร้างในช่วงของประมาณยุครัตนโกสินทร์

      อย่างไรก็ตามว่ากันว่ามีเรื่องเล่าขานกันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณว่าศาลาแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาเป็นอนุสรณ์สถานของพระยาวิเชียรคีรีซึ่งเคยปราบเสือได้โดยในครั้งนั้นท่านเป็นตัวตั้งตัวตีเป็นผู้นำในการที่พาชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ออกไปพร้อมกับเสือและสามารถที่จะทำการยิงเสือที่มีความดุร้ายจนตายได้ทำให้ชาวบ้านนั้น

ต่างก็ให้ความเคารพนับถือพระยาวิเชียรคีรีคนนี้เป็นอย่างมากนอกจากนี้ชาวบ้านก็ได้มีการขนานนามเรียกท่านขึ้นมาว่าพระยาสงขลาเสือ  ufabet    และได้มีการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสำเร็จในการปราบเสือได้อีกด้วย 

   สำหรับสถานที่แห่งนี้ปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมจากบรรดานักเรียนนักศึกษาต่างๆซึ่งจะมีคณะครูอาจารย์พามาศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาซึ่งที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมประวัติความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวนั้นได้สัมผัสและได้รู้ถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยโบราณได้อีกด้วย

Bookmark the permalink.

Comments are closed